ตามที่สหภาพยุโรปได้เรียกเก็บภาษี AD สินค้ารองเท้าจากจีนและเวียตนามตั้งแต่เดือนตุลาคม 2006 ความละเอียดทราบแล้ว นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2552 สหภาพยุโรปได้มีมติให้ขยายระยะเวลาการเรียกเก็บภาษี AD สินค้ารองเท้าจากทั้งสองประเทศออกไปอีก 15 เดือน โดยรองเท้าหนังจากจีนจะถูกเรียกเก็บภาษี AD ร้อยละ 9.7 -16.5 ส่วนรองเท้าหนังจากเวียตนามจะถูกเรียกเก็บภาษี AD ร้อยละ 10 ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตในทั้งสองประเทศได้รับผลกระทบถึงร้อยล้านยูโร ผู้ผลิตรายใหญ่ที่ผลิตรองเท้าที่ลงทุนในจีนและเวียตนามเช่น Diesel, Adidas และ Puma ได้ต่อสู้ให้ยกเลิกการเรียกเก็บภาษี AD แต่ไม่ประสบผล

สำนักข่าว EU Business News ประจำวันที่ 23 ธันวาคม 2552 รายงานว่าจีน เวียตนาม และอุตสาหกรรมรองเท้ายุโรปมีปฏิกริยาต่อมติของสหภาพฯ สรุปได้ ดังนี้

จีนโดยนาย Yoa Jian โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนแจ้งว่าจะดำเนินการตอบโต้สหภาพฯ ดังนี้
1  จะตอบโต้โดยการเรียกเก็บภาษี AD ตะปูควง (fasteners) นำเข้าจากยุโรปเช่นกัน เพราะผลการไต่สวนเบื้องต้นพบว่าสหภาพฯ ทุ่มตลาดตะปูควงในตลาดจีน ทำให้อุตสาหกรรมในประเทศของจีนได้รับผลกระทบ ดังนั้น ผู้นำเข้าตะปูควงจากสหภาพฯ จะต้องจ่ายภาษี AD สูงถึงร้อยละ 24.6  (ส่วนต่างระหว่าง normal value กับ cut price)
2  จะอุทธรณ์ภายใต้กลไกระงับข้อพิพาทของ WTO และจะใช้มาตรการเข้มงวดตามระดับของความเสียหายในการปกป้องผลประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของอุตสาหกรรมจีน เนื่องจากจีนเห็นว่าสินค้ายุโรปไม่ได้แข่งขันโดยตรงกับสินค้าจีน ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการ AD กับสินค้าจีนต่อไป

เวียตนามโดยนาย Le Danh Vinh รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้ามีความเห็นดังนี้
1  มติดังกล่าวขัดกับแนวคิดเรื่องการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจของสหภาพฯ และนโยบายเปิดเสรีการค้าของสหภาพฯ 
2  มาตรการดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายอุตสาหกรรมรองเท้าหนังของเวียตนามเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อผลประโยชน์ของเวียตนามในกรอบกว้างด้วย
เนื่องจากมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้ถึง 650,000 คน แต่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2009  การส่งออกรองเท้าหนังมาสหภาพฯ ลดลงจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 11.2               

สหพันธ์รองเท้ายุโรป (European Footwear Alliance) ซึ่งเป็นตัวแทนของ Diesel, ECCO, Levi’s, Timberland, Rockport และ Hush Puppies กล่าวว่ามติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าขาดความตั้งใจที่จะต่อสู่กับมาตรการกีดกันการค้าอีกต่อไป นโยบายการค้าที่ไม่ชัดเจนนี้ จะทำให้ธุรกิจรองเท้ายุโรปต้องจ่ายภาษี AD กว่า 1 พันล้านยูโร ซึ่งภาระสุดท้ายก็ตกแก่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ สินค้ารองเท้าจากจีนและเวียตนามมีส่วนแบ่งตลาดในยุโรปถึงร้อยละ 30   

สำหรับเรื่องดังกล่าว สำนักงานฯ มีความเห็นว่า จากสถิติการนำเข้ารองเท้าจากไทยมายังยุโรปในช่วง 2006 – 2008 พบว่าหลังการเรียกเก็บภาษี AD รองเท้าจากจีนและเวียตนาม การนำเข้ารองเท้าจากไทยเพิ่มขึ้นปี 2007 แต่ลดลงในปี 2008 – 2009 ในขณะที่การนำเข้าจากอินเดีย อินโดนีเซีย และบราซิลเพิ่มขึ้น ดังนั้น การเรียกเก็บภาษี AD ของทั้งสองประเทศอาจไม่ทำให้การส่งออกรองเท้าของไทยเพิ่มขึ้น