คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศผลการตัดสินใจ Commission Decision วันที่ 26 พฤศจิกายน 2009 ว่าด้วยการจัดทำเกณฑ์ทางนิเวศน์วิทยาในการปิดฉลาก eco-label สำหรับผลิตภัณฑ์ปูพื้นทำจากไม้ ลงใน Official Journal ฉบับที่ L8 ลงวันที่ 13 มกราคม 2010
(สามารถดูทางเว็ปไซท์ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2010:008:0032:0042:EN:PDF)

โดยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ปูพื้นทำจากไม้ (wooden floor coverings ในรหัส ‘35’) ตามคำจำกัดความในมาตรา 1 ของ Decision ฉบับนี้  ที่จะปิดฉลาก eco-label ภายใต้ระเบียบ (EC) No 1980/2000 ต้องสอดคล้องตามเกณฑ์ที่ปรากฏใน Annex ของ Decision ดังกล่าว

หลักเกณฑ์ทางนิเวศน์วิทยา (ecological criteria) รวมทั้งการประเมินที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดในการตรวจพิสูจน์ จะมีผล 4 ปี นับจากวันที่ประกาศจดแจ้ง Decision ฉบับนี้
          
สำหรับเกณฑ์ใน Annex ของ Decision ฉบับนี้ ประกอบด้วย 8 หัวข้อหลัก ได้แก่
1. วัตถุดิบ (Raw Material): ไม้ก๊อก ไม้ไผ่ และเปลือก/เยื่อไม้ ต้องมีต้นกำเนิดจากป่าไม้ที่มีการจัดการและมาตรการมุ่งไปสู่การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนที่มีใบรับรอง (certifying sustainable forest mangement) โดยเกณฑ์ภายใต้หัวข้อนี้ระบุข้อกำหนดในเรื่องการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน วัสดุเส้นใยและไม้รีไซเคิล สารแช่/เคลือบและสารรักษาเนื้อไม้ (Impregnating substances and preservatives) และข้อห้ามใช้ไม้ที่มีการตัดต่อทางพันธุกรรม (GMO wood)

2. การใช้สารอันตราย (Use of Hazardous Substances):  ต้องไม่มีการใส่สารอันตรายในช่วงการผลิตสินค้าของเฟสความเสี่ยงต่างๆ (risk phrases) ตามเกณฑ์ที่กำหนด  ซึ่งเป็นไปตามคำสั่ง Council Directive 67/548/EEC ลงวันที่ 27 มิถุนายน 1967 (Dangerous Substances Directive) รวมถึงข้อแก้ไข และคำสั่ง Directive 1999/45/EC (Dangerous Preparations Directive) หรือยึดการจัดจำแนกสารเคมีอันตรายตามระเบียบ Regulation (EC) No 1272/2008 วันที่ 16 ธันวาคม 2008 (ระเบียบ CLP)   ข้อกำหนดห้ามมีสารอันตรายใน binding agents   และข้อกำหนดด้านสารอันตรายในขั้นตอนการเคลือบ/การทำทรีตเมนต์พื้นผิว ซึ่งประกอบด้วยข้อกำหนดทั่วไป และข้อกำหนดสำหรับกาว  ข้อกำหนดการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ในขั้นตอนการทำทรีตเมนต์พื้นผิว  ข้อกำหนดการใช้สาร Plasticizer สำหรับ Phthalates ที่ใช้ในขั้นตอนอุตสาหกรรม รวมถึงข้อห้ามการใช้สาร DNOP, DINP และ DIDP ในสินค้า  และข้อกำหนดสารฆ่า/กันเชื้อรา     

3. ขั้นตอนการผลิต (Production Process): มีข้อกำหนดในเรื่องการใช้พลังงาน  และการจัดการของเสีย

4. ช่วงเวลาการใช้ประโยชน์ (Use Phase):  มีข้อกำหนดการปล่อยสารอันตราย ได้แก่ ฟอร์มาลดีไฮด์ และ VOC 

5. การบรรจุหีบห่อ (Packaging): มีข้อกำหนดให้ใช้วัสดุรีไซเคิลง่าย  วัสดุจาก renewable resources  หรือวัสดุที่ตั้งใจให้นำกลับไปใช้อีก (reusable)

6. ความเหมาะสมกับการใช้งาน (Fitness for use): หลักฐานที่ใช้ในเรื่องนี้อาจรวมถึงข้อมูลจาก ISO CEN หรือวิธีการทดสอบที่เทียบเท่า 

7. ข้อมูลผู้บริโภค (Consumer information): สินค้าที่วางขายต้องมีข้อมูลสำหรับผู้ใช้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลคำแนะนำในการใช้สินค้าอย่างถูกต้อง ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลเทคนิค รวมทั้งการดูแลบำรุงรักษา  นอกจากนั้น ต้องระบุข้อมูลต่อไปนี้บนหีบห่อหรือเอกสารที่แนบมาพร้อมสินค้า
– ข้อมูลที่สินค้าได้รับตราสัญลักษณ์ eco-label และคำอธิบายความหมายสั้นๆ
– คำแนะนำในการใช้และดูแลบำรุงรักษาสินค้า รวมทั้งอ้างอิงคุณสมบัติการใช้สินค้าภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ตามความเหมาะสม (เช่น water absorption, stain resistance, resistance to chemicals, necessary preparation of the underlying surface  ข้อมูลในการทำความสะอาดและคำแนะนำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมรวมถึงช่วงเวลาถี่ห่างในการทำความสะอาด)  และควรระบุตัวชี้ที่เป็นไปได้ของศักยภาพอายุการใช้งานสินค้าในทาง technical terms ซึ่งอาจเป็นค่าเฉลี่ยหรือช่วงเวลา (average or range value)
– ตัวชี้หนทางรีไซเคิลหรือกำจัดเมื่อเลิกใช้ โดยอธิบายให้ข้อมูลผู้บริโภคเกี่ยวกับ high possible performance ของสินค้า
– ข้อมูล EU Ecolabel และกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อความต่อไปนี้หรือเทียบเท่า ‘for more information visit the EU Ecolabel website: http://ec.europa.eu/environment/ecolabel/’  

8. ข้อมูลปรากฎบนฉลาก eco-label (Information appearing on the eco-label): ใน Box2 ต้องระบุข้อความต่อไปนี้
– sustainable managed forests and reduced impact on habitats,
– hazardous substance restricted,
– production process energy saving,
– lower risk to health in the living environment

ทั้งนี้ การประเมินและตรวจพิสูจน์ต้องเป็นไปตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในแต่ละหัวข้อของเกณฑ์ใน Annex ของ Decision ฉบับนี้