สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ ขอรายงานการคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจ โปแลนด์ในปี 2553 ซึ่งในภาพรวมคาดว่า เศรษฐกิจ โปแลนด์ในปีนี้จะเติบโตเร็วกว่าเมื่อปี 2552 และเร็วกว่าประเทศอื่นๆ ใน EU โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ในปี 2553 รัฐบาลโปแลนด์ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจ โปแลนด์จะเติบโตร้อยละ 1.2 ทั้งนี้ ในปี 2552 โปแลนด์ถือเป็นประเทศเดียวใน EU ที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ติดลบ โดยตัวเลขเบื้องต้นของกระทรวงเศรษฐกิจ โปแลนด์ระบุว่า ในปี 2552 อัตราการเติบโตทาง เศรษฐกิจของประเทศตลอดปีอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าที่รัฐบาลได้คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 0.9

2. ในขณะเดียวกัน รายงานล่าสุดของ OECD Economic Outlook Report ระบุว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ โปแลนด์ในปีนี้จะพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 2.5 และร้อยละ 3.1 ในปี 2554 ซึ่งถือว่าอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม OECD ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจ และจากการคาดการณ์ในภาพรวม เศรษฐกิจ โปแลนด์ในปี 2553 จะโดดเด่นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

3. นักเศรษฐศาสตร์ของ OECD ยังคาดการณ์ว่า อัตราการว่างงานของโปแลนด์ในช่วง 2 ปีนี้ (2553-2554) จะอยู่ที่ร้อยละ 9.6 ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ใน OECD ที่คาดว่าจะมีอัตราการว่างงานร้อยละ 10.8 ทั้งนี้ ตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพของโปแลนด์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเข้มแข็ง

4. Gdansk Institute for Market Economics (IBnGR) ซึ่งเป็น NGO ที่ทำหน้าที่ด้านการส่งเสริมพลวัตรทางเศรษฐกิจ และประชาธิปไตย ในโปแลนด์ คาดการณ์ว่า การเติบโตของ เศรษฐกิจ โปแลนด์ในปีนี้ จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.2 และการก่อสร้างจะเป็นธุรกิจที่เติบโตรวดที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสร้างสาธารณูปโภคทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันฟุตบอล Euro 2012 ที่โปแลนด์จะเป็นเจ้าภาพ นอกจากนี้ ตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพจะเป็นปัจจัยที่ทำให้การบริโภคขยายตัวขึ้น อีกทั้ง คาดว่าในปี 2553 การส่งออกของโปแลนด์จะเพิ่มมากขึ้นอีกร้อยละ 2 จึงทำให้การค้าระหว่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะส่งเสริมการเติบโตทาง เศรษฐกิจของประเทศ

5. The Lewiatan Polish Confederation of Private Employers ซึ่งเป็นองค์กรที่ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้าน เศรษฐกิจ ของโปแลนด์และ EU เห็นว่าปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่จะส่งผลต่อการเติบโตทาง เศรษฐกิจ ของโปแลนด์ คือ 1) สภาวะ เศรษฐกิจ ของประเทศในยุโรปตะวันตก ที่เป็นคู่ค้าสำคัญของโปแลนด์ อาทิ เยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี เป็นต้น ซึ่งหากอุปสงค์ของผู้บริโภคในประเทศดังกล่าวมากขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อโปแลนด์ 2) สถานะของการเงินสาธารณะ (public finance) ของโปแลนด์ โดยสถานการณ์ในปี 2552 ชี้ให้เห็นว่า การนโยบายการคลังที่กระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐ รวมทั้งการลดภาษีรายได้ของภาคเอกชน (corporate income tax) ช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น

6. จากการสำรวจของ Polish Chamber of Chamber ระบุว่านักธุรกิจโปแลนด์ต่างเชื่อมั่นว่าสภาวะเศรษฐกิจ ในปีนี้จะดีขึ้นจากปีที่แล้ว โดยร้อยละ 60 วางแผนที่จะเพิ่มยอดขายขึ้นในปี 2553 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจภาคบริการ รวมทั้งคาดหวังว่าการส่งออกในปีนี้จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่อปี 2552 ภาคการส่งออกของโปแลนด์ได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศคู่ค้าสำคัญของโปแลนด์ประสบภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจ

7. ข้อมูลเพิ่มเติม/ข้อสังเกต
7.1 แม้ว่าการคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจ ของโปแลนด์ในปี 2553 จะเป็นไปในทางบวก แต่ปัจจัยด้านลบที่น่าจับตามอง คือ

1) การขาดดุล งบประมาณของรัฐบาลในปี 2553 ซึ่งตาม พรบ.งบประมาณ ปี 2553 คาดการณ์จะอยู่ที่ประมาณ 52 พันล้านสว๊อตตี้ โดยหลายฝ่ายกังวลว่า จะเป็นการขาดดุลที่มากเกินไป อย่างไรก็ดี รมว. คลังโปแลนด์ ได้เคยระบุว่า การขาดดุล งปม. ในระดับดังกล่าวยังถือว่าปลอดภัย เนื่องจากเป็นอัตราที่ไม่เกินครึ่งหนึ่งของ GDP ของประเทศ           

2) สำหรับภาคการก่อสร้าง การที่ธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยเงินกู้สำหรับโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัย อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการเติบโตของภาคธุรกิจนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายังมีปัจจัยด้านลบอยู่บ้าง แต่โดยรวมเป็นที่คาดว่าสภาวะเศรษฐกิจของโปแลนด์จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับที่ได้มีการประมาณการไว้

7.2 จากข้อเท็จจริงที่โครงสร้างทาง เศรษฐกิจ ของโปแลนด์มีความเข้มแข็ง สามารถต้านทานวิกฤติ เศรษฐกิจ ในปี 2552 จนทำให้โปแลนด์เป็นประเทศเดียวใน EU ที่มีอัตราการเติบโตทาง เศรษฐกิจ เป็นบวก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ เศรษฐกิจ ของโปแลนด์จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องต่อไป รวมทั้งเป็นการขยายตัวบนพื้นฐานที่มั่นคง ดังนั้น โปแลนด์จึงเป็นประเทศที่น่าจับตามองและน่าส่งเสริมให้ภาคธุรกิจของไทยเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในภาคการผลิตอาหารที่ ปทท. มีความชำนาญ เนื่องจากการผลิตในโปแลนด์ย่อมเท่ากับมี EU เป็นตลาดรองรับสินค้า และสินค้าของ บ. ไทยที่ผลิตในโปแลนด์ก็จะได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้า EU ซึ่งจะทำให้ปัญหาการกีดกันทางการค้าหมดไป ดังเช่นที่ บ. ส. ขอนแก่น และ บ. Lucky Union Food ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน