สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส์ ขอรายงานระเบียบรัฐสภาและคณะมนตรียุโรป Regulation (EC) No 66/2010 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2009 ซึ่งประกาศใน Official Journal เล่มที่ L 27 ลงวันที่ 30 มกราคม 2010  แก้ไขระเบียบ Regulation (EC) No 1980/2000 ว่าด้วยการทบทวนปรับปรุงแผนงาน eco-label award scheme สรุปได้ดังนี้

1. แผนงาน ecolabel เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนของสหภาพยุโรป โดยมุ่งส่งเสริมสินค้าที่มีการพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมในระดับสูง ผ่านการใช้ EU Ecolabel  โดยจัดทำเกณฑ์ที่เข้าใจง่าย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ คำนึงถึงพัฒนาการทางเทคโนโลยีล่าสุด และมุ่งใช้สารที่ปลอดภัยกว่าทดแทนการใช้สารอันตราย  ซึ่งหน่วยงาน NGOs และองค์กรผู้บริโภคมีบทบาทสำคัญ รวมทั้งมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการพัฒนาและกำหนดเกณฑ์ EU Ecolabel 

2. ระเบียบได้กำหนดเงื่อนไขสำหรับการใช้ EU Ecolabel ที่สอดคล้องตามเงื่อนไขดังกล่าว โดยให้ Competent bodiesทำหน้าที่ตรวจพิสูจน์ และห้ามการใช้ EU Ecolabel หากไม่สอดคล้องตามเงื่อนไข  นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ประเทศสมาชิกสหภาพฯ วางบทลงโทษกรณีมีการละเมิดการปฏิบัติตามระเบียบ (โดยใช้หลักการ effective, proportionate และ dissuasive)

3. แผนงานที่ปรับปรุงใหม่มุ่งเพิ่มการใช้ประโยชน์จาก EU Ecolabel โดยพยายามลดค่าใช้จ่ายในการใช้ EU Ecolabel  มีการส่งเสริมให้สาธารณชนทราบ/รู้จัก EU Ecolabel มากขึ้น และเป็นที่ดึงดูดต่อผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก

4. ประเทศสมาชิกสหภาพฯ ควรจัดทำคู่มือในการปฏิบัติตามแผนงาน Green Public Procurement Action Plan ระดับชาติ  และพิจารณากำหนดเป้าหมายการจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการจัดซื้อของภาครัฐ  หน่วยงาน Competent Bodies ของประเทศสมาชิกสหภาพฯ ควรแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อปรับประสานระบบการให้ตราสัญลักษณ์ EU Ecolabel  รวมทั้งการเฝ้าระวังตลาด และควบคุมการใช้ EU Ecolabel ให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วสหภาพฯ 

5. ให้นำระเบียบฉบับใหม่นี้มาใช้แทนและยกเลิกระเบียบ Regulation (EC) No 1980/2000 ที่ใช้อยู่ก่อนหน้า โดยกำหนดช่วงเวลารอยต่อที่เหมาะสม

6. ขอบเขตของระเบียบนี้ ไม่ครอบคลุมสินค้าทางการแพทย์ที่ใช้กับคน  การจัดทำเกณฑ์ EU Ecolabel ต้องเป็นไปตามขั้นตอนใน Annex I   คณะกรรมาธิการฯ จะต้องลงพิมพ์เผยแพร่เกณฑ์/มาตรการ EU Ecolabel ที่จะจัดทำขึ้นสำหรับแต่ละกลุ่มสินค้าใน Official Journal ต่อไป  

7. ผู้ผลิต/กระจายสินค้า (operator) ที่จะใช้ตราสัญลักษณ์ EU Ecolabel ต้องสมัครขอใช้กับ Competent Bodies ตามข้อกำหนดในมาตรา 9 ของระเบียบ  โดยการใช้สัญลักษณ์ EU Ecolabel ต้องเป็นไปตามรูปแบบใน Annex II  และค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดย Competent Bodies ต้องเป็นไปตามอัตราใน Annex III  ทั้งนี้ Competent Bodies ต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารคำขอภายในสองเดือนหลังจากได้รับใบสมัคร  และอาจปฏิเสธใบสมัครภายใน 6 เดือนต่อไป หากเอกสารยังไม่สมบูรณ์  ในกรณีเอกสารถูกต้องสมบูรณ์และมีการตรวจพิสูจน์ความสอดคล้องของสินค้าตามข้อกำหนดแล้ว Competent Bodies จะออกหมายเลข registration number ให้กับสินค้า และจัดทำ contract ตามรูปแบบใน Annex IV

8. ผู้สมัครขอใช้ EU Ecolabel (operators) ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบและประเมินความสอดคล้อง รวมถึงค่าเดินทางและค่าที่พัก กรณีต้องมีการเดินทางไปตรวจพิสูจน์ที่โรงงาน (on-site verification) ซึ่งตั้งอยู่นอกประเทศที่ตั้ง Competent Body

9.  ห้ามการปิดฉลากหรือการใช้โลโก้สินค้าในทางที่ผิด หรือการโฆษณาซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความสับสนต่อตรา EU Ecolabel  และจะมีการตรวจพิสูจน์ความสอดคล้องของสินค้าที่ได้รับตราสัญลักษณ์ EU Ecolabel เป็นประจำ รวมถึงกรณีการร้องเรียนด้วย ซึ่งจะตรวจพิสูจน์ในลักษณะ random spot-checks หากพบว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด ก็จะถูกห้ามใช้ตราสัญลักษณ์ EU Ecolabel

10. ระเบียบฉบับใหม่นี้มีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังประกาศใน official Journal

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ (http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2010:027:0001:0019:EN:PDF