หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารประจำสหภาพยุโรป หรือ EFSA (European Food
Safety Authority) ระบุว่าประเทศไทยมีจำนวนรายการอาหารที่ถูกตรวจพบว่ามีค่า
MRLs เกินกว่าระดับที่กำหนดไว้สูงที่สุด (รวม 206 รายการ)
ส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกพริก ถั่วมีฝัก (beans with pods) และโหระพา

รายงงานดังกล่าวของ EFSA นี้สอดคล้องกับการแจ้งเตือนหรือ Rapid Alert System (RASFF)  ของสหภาพยุโรปที่พบว่า ในปี 2551 มีการตรวจพบสินค้าจากประเทศไทยที่มีปัญหาสารตกค้างจากยาปราบศัตรูพืชรวมทั้งหมด 25 รายการหรือ 14% ของสินค้าที่มีปัญหาเดียวกันจากทุกประเทศ (เท่ากับปี 2552) โดยสินค้าที่ไทยมีปัญหามากที่สุดได้แก่ ถั่วฝักยาว พริกและมะเขือ

(อย่างไรก็ดีแม้ว่า EFSA จะระบุว่าไทยมีจำนวนรายงานการตรวจพบว่ามีค่าสารตกค้างสูงสุด หรือ MRLs (Maximum Residue Levels) เกินกว่าระดับที่กำหนดไว้สูงที่สุดในปี 2551 ผลจากรายงานนี้ ไม่สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์หรือประเมินสถานการณ์สินค้าผักของไทยได้ใน ปัจจุบันได้ เนื่องจาก EU ได้ออกมาตรการสุ่มตรวจ 50 % สินค้าผักไทยบางประเภทมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 และได้เพิ่มประเภทของสินค้าผัก จากการทบทวนมาตรการครั้งที่ 1 แล้ว อย่างไรก็ดีรายงานนี้สะท้อนให้เห็นว่า ข้อเท็จจริงของปัญหาสารตกค้างในผักไทยได้ปรากฎเด่นชัดมาตั้งแต่ปี 2551 แล้ว)

นอกจากนี้รายงานประจำปีของ EFSA เรื่อง “2008 Annual Report  on Pesticide Residues according to Article 32 of Regulation (EC) No 396/2005” ยังได้ระบุอีกว่า จากการหาค่าสารตกค้างจากยาปราบศัตรูพืชในตัวอย่างทั้งหมดกว่า 70,000 รายการ จากอาหารเกือบ 200 ประเภทเมื่อปี 2551 (โดยเป็นอาหารทั้งที่ผลิตจากประเทศสมาชิก EU, ประชาคมและอาหารที่นำเข้าจากประเทศที่สาม)

1.1 ตัวอย่างอาหาร 96.5% มีค่าสารตกค้างสูงสุด (MRLs) ไม่เกินจากระดับที่กำหนดไว้ ส่วนอีก 3.5% (2,450 รายการ) มีค่าMRLs เกินกว่าระดับที่กำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารจำพวกผักและผลไม้

1.2 ร้อยละของอาหารที่มีค่า MRLs เกินกว่าระดับที่กำหนดในปี 2551 มีแนวโน้มลดลงหากเทียบกับตัวเลขของปี 2550 (3.5% เทียบกับ 4.2%) ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่นำเข้ามาจากประเทศที่สามมากกว่าอาหารที่ผลิตจากประเทศ สมาชิก EU (7.6% เทียบกับ 2.4%)

1.3 ร้อยละของอาหารที่ไม่พบว่ามีสารตกค้างจากยาปราบศัตรูพืชในปี 2551 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบตัวเลขปี 2550 (62.1% เทียบกับ 58%)

อย่าง ไรก็ดี EFSA ย้ำว่าการแสดงข้อมูลสารตกค้างจากยาปราบศัตรูพืชแม้ว่าจะเกินกว่าค่า MRLs ที่กำหนดไว้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นไม่ปลอดภัย เพียงแต่ต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อไป

2. การตรวจพบสารตกค้างจากยาปราบศัตรูพืชมากกว่า 1 ชนิด (multiple residues) ในอาหารจำพวกผัก ผลไม้และธัญพืชมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 15%

ในปี 2540 เป็น  26% และ 27% ในปี 2550 และ 2551 ตามลำดับ แสดงว่ามีการใช้ยาปราบศัตรูพืชหลายๆชนิดร่วมกันในอาหารรายการชนิดเดียวเพิ่ม ขึ้น เช่น การใช้สารเคมีฆ่าแมลง สารเคมีกำจัดเชื้อราหรือสารเคมีกำจัดวัชพืชร่วมกัน เพื่อปกป้องพืชจากแมลงรบกวนหรือโรคที่มาทำลายคุณภาพและผลผลิต รวมทั้งอาจเกิดจากวิธีการเพาะปลูกที่ไม่เป็นไปตามหลักการอารักขาพืชที่ดี (principle of good plant protection practice)

3. ในการประเมินการได้รับสาร (exposure assessments)  ซึ่งทดสอบจากการได้รับสารตกค้างจากยาปราบศัตรูพืชในอาหารที่เป็นส่วนประกอบ หลักในการบริโภคประจำวัน พบว่ายาปราบศัตรูพืชเกือบทุกชนิดมีค่าความเป็นพิษในระยะยาว (chronic exposure) ไม่เกินกว่าระดับความเป็นพิษที่ยอมรับได้ (toxicallogically acceptable limits)

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป, คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป