การคาดการณ์ภาพรวมสภาวะเศรษฐกิจโปแลนด์ในปี 2554 บ่งชี้ว่าจะยังคงเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทาง เศรษฐกิจสูงที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป แผนงบประมาณปี 2554 ของรัฐบาลโปแลนด์ตั้งเป้าการเติบโต GDP ที่ร้อยละ
3.5 อัตราเงินเฟ้อที่ร้อยละ 2.3 อัตราการว่างงานร้อยละ 9.9 รายได้ รบ.
273.27 พันล้านสว๊อตตี้ (1 สว๊อตตี้ = ประมาณ 10 บาท) รายจ่ายจะต่ำกว่า
313.47 พันล้านสว๊อตตี้ ซึ่งจะทำให้การขาดดุลงบประมาณ ไม่เกิน 40.2
พันล้านสว๊อตตี้ และต่ำกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ใน แผนงบประมาณ 2553 (52.2
พันล้านสว๊อตตี้) รัฐบาลจะเพิ่มรายได้ โดยการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ซึ่งคาดว่าจะทำให้ รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น 5 พันล้านสว๊อตตี้
ในขณะเดียวกัน ก็จะลดค่าใช้จ่ายของกระทรวงต่างๆ ลง

                      รัฐบาลโปแลนด์ตั้งเป้าไว้ว่าในช่วงปี 2553-2556 จะมีรายได้ 55 พันล้านสว๊อตตี้ จากการขายส่วนแบ่งในบริษัทที่มีกระทรวงทรัพย์สิน (Treasury) เป็นเจ้าของ / เจ้าของร่วม เฉพาะในปี 2553 ที่ผ่านมา รัฐบาลมีรายได้จากส่วนดังกล่าว 25 พันล้านสว๊อตตี้ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และในปี 2554 จะมีรายได้จากการ privatization ประมาณ 15 พันล้านสว๊อตตี้ นอกจากนี้ กระทรวง ศก. โปแลนด์คาดว่า การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 10 พันล้าน ยูโร ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา 

                      European Commission (EC) คาดการณ์ว่าในปี 2554 GDP ของโปแลนด์จะอยู่ที่ร้อยละ 3.9 โดยเห็นว่า สภาวะ ศก. ที่เข้มแข็งของโปแลนด์มีปัจจัยสำคัญมาจากอุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพตลาดแรงงานที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจที่มากขึ้น รวมทั้งไหลเข้าของเงินทุนจาก ตปท. ที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ EC ยังคาดว่าการเติบโตทาง ศก. ของโปแลนด์จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นในปี 2555 เนื่องจากการลงทุนจาก ตปท. และการปรับตัวขึ้นของตลาดโลกโดยรวม

                      World Bank ก็คาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจโปแลนด์ในปี 2554 ในทางบวกเช่นกัน กล่าวคือ GDP จะอยู่ที่ร้อยละ 4.1 และเห็นว่า ศก. โปแลนด์จะถูกขับเคลื่อนโดยการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนจากเอกชนที่สูงขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยุโรปจะถูกขับเคลื่อนโดยการส่งออก นอกจากนี้ ยังระบุว่า โปแลนด์และเช็กเป็นเพียงสองประเทศที่มีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 25535. ING Investment Management คาดว่าในปี 2554 สกุลเงินของโปแลนด์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร และระดับการบริโภคในประเทศและการลงทุนที่จะเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นและราคาสินค้ารวมทั้งบริการสูงขึ้นด้วย

                      จากผลการสำรวจ market sentiment ซึ่งจัดทำโดย Polish Chamber of Commerce บ่งชี้ว่า นักธุรกิจโปแลนด์มีความเชื่อมั่นในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ โดยร้อยละ 66.7 คาดหวังว่า จะสามารถเพิ่มยอดขายสินค้าของบริษัทได้ในปีนี้ และโดยรวมนักธุรกิจจากภาคอุตสาหกรรมมองเศรษฐกิจของประเทศในทางบวกมากกว่านักธุรกิจจากภาคการบริการ ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของอุปสงค์ทั้งในและนอกประเทศ

                       ในปี 2552 โปแลนด์เป็นประเทศเดียวใน EU ที่สภาวะเศรษฐกิจไม่ติดลบ โดยมีอัตราการเติบโตร้อยละ 1.7 และในปี 2553 ร้อยละ 3.5 ซึ่งเป็นรองเพียงเยอรมันที่ร้อยละ 3.7 สโลวาเกียร้อยละ 4.1 และสวีเดนที่ร้อยละ 4.88.

                       ข้อมูลเพิ่มเติม/ข้อสังเกต

                       แม้ว่าการคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจของโปแลนด์ในปีนี้โดยรวมจะเป็นไปในทางบวก แต่การคาดการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสามารถของโปแลนด์ในการรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วของประเทศไว้ให้ได้  โดยหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจของโปแลนด์ คือ การบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนของภาคเอกชน

                        อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่อาจกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโปแลนด์คือ

                        1) อัตราการนำเข้าสินค้าซึ่งสูงกว่าการส่งออก โดยธนาคารกลางของโปแลนด์ประมาณการว่า ในปีนี้ อัตราการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ในขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 8.8  และการขาดดุลการค้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.1 ของ GDP

                        2) European Commission ระบุว่าการปรับปรุงด้านการคลังสาธารณะ (public finance) ภายหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ ศก. เมื่อปี 2551-2552 ยังดำเนินไปค่อนข้างช้า ซึ่งส่งผลให้เมื่อปี 2552 โปแลนด์ขาดดุลการคลังร้อยละ 7.2 ของ GDP และมากถึงร้อยละ 7.9 ของ GDP เมื่อปี 2553 โดยปัจจัยที่ทำให้การขาดดุลดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาจากการที่รายได้ของรัฐบาลจาก corporate income tax ลดลง และค่าใช้จ่ายของ รัฐบาลที่เพิ่มขึ้น