รัฐบาลสเปนปฏิเสธข้อกล่าวหา หลังคณะกรรมาธิการยุโรปประกาศ rapid alert เตือนภัยแตงกวาจากสเปนว่าเป็นหนึ่งในต้นตอของการแพร่ระบาดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล ที่คร่าชีวิตชาวเยอรมันแล้วอย่างน้อย 9 ราย (อีก 5 รายที่เสียชีวิต กำลังรอผลยืนยันจากห้องทดลอง) และทำให้ติดเชื้ออีก 373 ราย (ตัวเลข ณ วันที่ 1 มิ.ย. 2554) 

                     คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศให้ประเทศสมาชิกอียูระวังอันตรายจากแตงกวาที่มาจากสเปน แตงกวาจากสเปนที่แยกบรรจุหีบห่อในเยอรมนี และแตงกวาที่มาจากเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก ว่ามีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียอีโคไล โดยควบคุมให้ผักชนิดนี้อยู่ภายใต้ระบบเฝ้าระวัง Rapid Alert System for Food and Feed หรือ RASFF โดยสเปนแสดงความไม่พอใจและขู่จะเรียกค่าเสียหายจากอียูจากการสูญเสียทางการค้าในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังตอบโต้คณะกรรมาธิการฯ ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการทำลายชื่อเสียงผลิตภัณฑ์การเกษตรของตน และเรียกร้องขอหลักฐานพิสูจน์ ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมาธิการฯ กำลังรอผลการเพาะเชื้อจากห้องทดลอง เพื่อระบุต้นตอของการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคไลนี้ โดยมีการประสานกับประเทศสมาชิกอียูเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและทันท่วงที

                       สมาชิกรัฐสภายุโรปฝ่ายซ้าย กลุ่ม GUE/NGL เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการฯ ตอบคำถามและแสดงท่าทีเกี่ยวกับการแพร่ระบาดนี้ในการประชุมรัฐสภายุโรปสัปดาห์หน้า โดยสมาชิกรัฐสภาฯ เรียกร้องให้คณะกรรมมาธิการฯ ตอบคำถามว่า 1) จะใช้มาตรการใดจัดการกับการแพร่ระบาด 2) การแพร่ระบาดเริ่มจากที่ใด  3) ความเป็นไปได้ที่การแพร่ระบาดจะลุกลามบานปลาย 4) ปริมาณของผักที่ปนเปื้อนมีมากน้อยเพียงใด 5) เหตุใด คณะกรรมาธิการฯ จึงประกาศควบคุม RASFF 2 สัปดาห์ล่าช้าหลังเกิดเหตุ: แตงกวาจากเมืองอัลเมอเรียและเมืองมะละกาของสเปนได้รับการประกาศควบคุมภายใต้ RASFF ในวันที่ 26 พ.ค. 2554 ในขณะที่การนำเข้าสินค้าต้องสงสัยดังกล่าวสู่ประเทศต่างๆ รวมทั้งเยอรมนี เดนมาร์ก ออสเตรีย ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก และสาธารณะรัฐเช็ก เกิดขึ้นเมื่อ 12 พ.ค. 2554 ขณะนี้ หน่วยงานสาธารณสุขของประเทศเหล่านี้ได้สั่งถอนสินค้าเหล่านี้ออกจากชั้นวางสินค้า และเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคแตงกวา มะเขือเทศ และผักสลัด ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงด้วยความร้อนแล้ว 

                        ล่าสุด เบลเยี่ยมระงับการนำเข้าแตงกวาจาก 2 บริษัทในสเปน; รัสเซียสั่งห้ามนำเข้าแตงกวา มะเขือเทศ และผักสลัดจากสเปนและเยอรมนี; สาธารณรัฐเช็ก สั่งห้ามขายแตงกวาจากสเปน; ออสเตรียสั่งห้ามขายแตงกวา มะเขือเทศ มะเขือยาวที่นำเข้าผ่านเยอรมนี; เนเธอร์แลนด์หยุดการส่งออกแตงกวาไปเยอรมนี

                        สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ที่ไทยสามารถดูได้เป็นตัวอย่างคือ

                        1) แม้สเปนจะประท้วงการประกาศเตือนภัยดังกล่าวของคณะกรรมาธิการฯ แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากเยอรมนีตรวจพบเชื้อดังกล่าวและแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสเปนทราบ เจ้าหน้าที่ของสเปนก็ดำเนินมาตรการขานรับกับ rapid alert ทันที โดยเดินทางไปตรวจสอบฟาร์มต้องสงสัยในวันรุ่งขึ้นและนำตัวอย่างมาเพาะเชื้อ ซึ่งในขณะนี้ ทุกฝ่ายกำลังรอผลการเพาะเชื้อเพื่อสามารถระบุได้ว่า การปนเปื้อนเกิดจากแหล่งน้ำในฟาร์มผลิต หรือเป็นการปนเปื้อนบนผิวแตงกวาจากกระบวนการขนส่ง โดยผลการเพาะเชื้อน่าจะสามารถบอกได้ด้วยว่า มีผักชนิดใดอีกบ้างที่อยู่ในกระบวนการแพร่กระจายของเชื้อดังกล่าว ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจรวมถึง มะเขือเทศและมะเขือยาว ด้วย

                         2) มาตรการเตือนภัยสินค้าอาหาร RASFF ของอียูครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า อียูไม่ได้เข้มงวดเฉพาะกับประเทศที่สามที่ส่งสินค้าเข้ามาขายในอียูเท่านั้น หากสินค้าจากประเทศสมาชิกของตนมีปัญหา อียูก็ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดเช่นกัน โดยอียูเน้นว่าทั้งหมดเป็นไปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคในอียูให้สามารถบริโภคแต่ของที่สะอาดปลอดภัยเท่านั้น 

                         เชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E.coli) เป็นเชื้อกลุ่มโคลิฟอร์มที่พบได้ในลำไส้ใหญ่และอุจระของสัตว์และมนุษย์ ซึ่งมักส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียขั้นรุนแรงแบบเฉียบพลัน  และก่อให้เกิดความบกพร่องทางไต หรือที่เรียกว่า HUS (Hemolytic Uremic Syndrome) โดยปกติสามารถกำจัดเชื้อได้โดยการล้างน้ำและฆ่าทำลายด้วยความร้อนจากการประกอบอาหารและการพาสเจอร์ไรส์  

                         ติดตามการแจ้งเตือนภัย rapid alert ประเภทสินค้าอาหาร (Rapid Alert for Food and Feed System–RASFF) ได้ที่ https://webgate.ec.europa.eu/rasff-window/portal/index.cfm?event=searchResultList&NewSearch=true&NotifSubject=enterohaemo