สืบเนื่องจากการที่ประธานาธิบดียูเครน (นาย Viktor Yanukovich) ได้เดินทางเยือนโปแลนด์เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อพบกับประธานาธิบดีโปแลนด์ (นาย Bronislaw Komorowski) ซึ่งขณะนี้ทำหน้าที่ EU Presidency โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการเจรจาจัดทำ FTA กับสหภาพฯ และแนวทางการผลักดันของโปแลนด์ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานสหภาพฯ ดังกล่าว ซึ่งจากการพบหารือครั้งนี้ โปแลนด์รับว่าจะผลักดันให้กระบวนการจัดทำ FTA เสร็จสิ้นให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้ โดยถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญลำดับต้นของประธานาธิบดีโปแลนด์ในฐานะประธานสหภาพฯ

                     การที่โปแลนด์พยายามผลักดันให้มีกระบวนการจัดทำ FTA สำเร็จโดยเร็วนั้น เนื่องจากโปแลนด์หวังผลประโยชน์ในเชิงการเมืองระหว่างประเทศและความมั่นคง นอกเหนือไปจากผลประโยชน์ทางการค้าด้วย เพราะโปแลนด์ตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจเดิมคือเยอรมนีและประเทศที่แตกออกมาจากสหภาพโชเวียตเดิม จึงยังคงมีความอ่อนไหวในด้านความมั่นคง ประกอบกับในปัจจุบันเยอรมนีและรัสเซียได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทำให้โปแลนด์ต้องหายุทธวิธีในการถ่วงดุลอำนาจ ดังนั้นการที่โปแลนด์สนับสนุนให้สหภาพฯ เจรจา FTA กับยูเครน จึงเป็นวิถีทางหนึ่งที่จะดึงยูเครนให้มาเข้าร่วมกับฝ่ายสหภาพฯ และสร้างความมั่นใจว่ายูเครนจะไม่กลับไปสนับสนุนรัสเซียในการแผ่ขยายอำนาจอีกครั้ง อีกทั้งโปแลนด์สามารถใช้ยูเครนเป็นเกราะ (buffer) ป้องกันการรุนรานของรัสเซียในอนาคตได้อีกด้วย

                    อย่างไรก็ตาม การจัดทำ FTA ดังกล่าวโปแลนด์ไม่สามารถผลักดันได้โดยลำพัง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกประเทศสมาชิก และปัญหาในขณะนี้คือ บางประเทศสมาชิกไม่เห็นด้วย เช่น เยอรมนี และฝรั่งเศส เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์กับรัสเซียซึ่งเป็นผู้จำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้แก่สหภาพฯ เป็นปริมาณเกือบหนึ่งในสี่ของปริมาณที่สหภาพฯ ใช้อยู่ในปัจจุบัน 

                    ล่าสุดสหภาพฯ ได้ขู่ว่าจะระงับการลงนามย่อใน FTA และ Association Agreement หากยูเครนจำคุกอดีตนายกรัฐมนตรี Yulia Tymoshenko ซึ่งถูกกล่าวหาและจับกุมในข้อหากระทำผิดต่อหน้าที่เนื่องจากในปี ค.ศ. 2009 ได้บังคับให้บริษัทก๊าซของรัฐเข้าทำสัญญากับบริษัทของรัสเซีย แต่นาย Mykola Azarov ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของยูเครนเห็นว่า การที่สหภาพฯ นำเรื่องนี้มาเชื่อมโยงกับการจัดทำ FTA และ Association Agreement เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสหภาพฯ โดยนาย Stefan Fule ซึ่งเป็น EU Enlargement and Neighbourhood Policy Commissioner แจ้งว่าได้รับการยืนยันจากยูเครนว่าจะหาทางออกให้แก่คดีของนาง Tymoshenko โดยจะถือว่าเป็นการกระทำผิดที่ไม่เข้าข่ายเป็นคดีอาญาร้ายแรง

ข้อสังเกต

                    1.    สหภาพฯ ได้เจรจา FTA แบบ deep and comprehensive กับยูเครน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ Association Agreement โดยการเจรจาครั้งล่าสุดได้มีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2554

                    2.    สหภาพฯ เป็นคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของยูเครน โดยยูเครนได้ส่งออกสินค้ามายังสหภาพฯ ถึง 1 ใน 3 ของสินค้าส่งออกทั้งหมด โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งมายังสหภาพฯ ได้แก่ สินค้าเกษตร พลังงาน สารเคมี เหล็กและโลหะ ส่วนสินค้าสหภาพฯ ที่ส่งออกไปยังยูเครนส่วนใหญ่ ได้แก่ เครื่องจักร อุปกรณ์การขนส่ง สารเคมี เสื้อผ้า สิ่งทอ และสินค้าเกษตร ในปีค.ศ. 2010 ยูเครนส่งสินค้าออกไปยังสหภาพฯ เป็นมูลค่า 14,525 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ร้อยละ 34.32 โดยมีการส่งออกปลาและอาหารทะเล 1.67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 80

                     3.    ยูเครนเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP จากสหภาพฯ และในปี ค.ศ. 2009 ยูเครนได้ใช้สิทธิถึงร้อยละ 71 ของสินค้าที่ได้รับสิทธิดังกล่าว และเป็นประเทศที่ใช้สิทธิมากที่สุดลำดับที่ 11 มีมูลค่า GSP Preferential imports ถึง 1.61 พันล้านยูโร ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับประโยชน์จาก GSP คือ สารเคมี น้ำมันพืช แร่ธาตุ โลหะหนัก เครื่องจักร และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ

                     ทิศทางของการส่งเสริมนโยบายการค้าเสรี (Free Trade) ของกระทรวงพาณิชย์ (DG TRADE) ของคณะกรรมาธิการยุโรป เปลี่ยนจากการผลักดันนโยบายการค้าเสรีในระดับพหุภาคีในกรอบองค์กรการค้าโลก ก่อนปี 2549 (ภายใต้ Commissioner Lamy) เป็นการหันมาให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายการค้าระดับทวิภาคีมากขึ้น หลังจากปี 2549  (ภายใต้ Commissioner Mandelson) ซึ่งรวมถึงการเริ่มการเจรจา FTA โดยปัจจุบัน สหภาพยุโรปได้จัดทำความตกลง FTA แล้วกับหลายประเทศ อาทิ ชิลี เกาหลีใต้ เม็กซิโก แอฟริกาใต้ และอยู่ระหว่างการเจรจากับหลายประเทศ อาทิ แคนาดา อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และยูเครน