ตามที่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ
ประจำสหภาพยุโรป ได้เคยรายงานความเคลื่อนไหว จากการปรับใช้กฎระเบียบ IUU ของ สหภาพยุโรป เพื่อต่อต้านการลักลอบทำการประมงที่ผิดกฎหมาย
โดยกำหนดให้ประเทศที่สามที่ประสงค์จะส่งสินค้าประมงไปจำหน่ายยัง EU ต้องมีใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (catch
certificate) ประกอบแนบไปกับสินค้านั้นๆ โดยได้มีผลปรับใช้ตั้งแต่วันที่
๑ มกราคม ๒๕๕๓ นั้น

ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา นาง Maria Damanaki กรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล (DG-MARE) ได้แถลงข่าวรายชื่อประเทศที่มีการลักลอบการทำประมงที่ผิดกฎหมายภายใต้กฎระเบียบ
IUU ซึ่งมีทั้งหมด ๘
ประเทศ ได้แก่ เบลิส กัมพูชา ฟีจี กีนี ปานามา ศรีลังกา โตโก้ และวานาตู

 

แม้ว่า
ขณะนี้ทาง EU จะยังไม่ออกมาตรการระงับการนำเข้าสินค้าประมงจาก
๘ ประเทศดังกล่าว ในทันที แต่ก็ได้จัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศ “ที่ไม่ให้ความร่วมมือ” (non-cooperative)
ในการแก้ไขปัญหาการทำ ประมง IUU โดย EU ถือว่าเป็นการให้ใบเหลืองแจ้งเตือนในครั้งนี้

ในชั้นนี้ ทาง DG-MARE ได้ให้เวลาแก่ประเทศดังกล่าวในการปรับปรุงระบบควบคุมการทำประมง
IUU อยู่ และในอนาคต หากพบว่า ไม่มีความคืบหน้าในทางที่ดีขึ้น ทาง EU จะได้ออกมาตรการระงับการนำเข้าสินค้า ประมงจากกลุ่มประเทศดังกล่าวแน่นอน

จากตัวเลขของ DG-MARE ระบุว่า
สินค้าประมงที่ผิดกฎหมายทั่วโลกมีมูลค่า ๑๐ พันล้านยูโรต่อปี คิดเป็นปริมาณปลาและสัตว์น้ำ
๑๑ – ๒๖ ล้านตัน และใน
EU เองก็มีการนำเข้าสินค้าประมงที่ผิดกฎหมาย ประมาณ ๑๕% – ๓๐% จากสินค้าประมงที่นำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลก

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสำนักงานฯ :

               ก) การประกาศบัญชีรายชื่อกลุ่มประเทศ IUU ในครั้งนี้ นับเป็นการประกาศครั้งแรก ภายหลังจากที่ EU ปรับใช้กฎระเบียบ IUU แล้วมาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ (ที่ผ่านมา เคยมีเพียงการประกาศบัญชีราย ชื่อเรือประมง IUU ๒ ครั้ง)

               ข) จากการประกาศรายชื่อในครั้งนี้
แม้ไทยจะไม่ปรากฎชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าวข้างต้น หาก แต่ไทยมีการนำเข้าวัตถุดิบ (ปลาทูน่า) จากบางประเทศที่ถูกกล่าวถึง อาทิ ฟีจิ และวานาตู ดังนั้น ไทยจึงควรเพิ่มความระมัดระวังและให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่นำเข้า โดยหลีกเลี่ยงการนำเข้าจาก ๘ ประเทศดังกล่าว เพราะไทยอาจจะถูกมองว่า เป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนการทำประมงที่ผิดกฎหมาย
IUU ด้วยเช่นกัน

               ค) ทั้งนี้ คาดว่า EU จะได้จับตามอง ๘ ประเทศดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และหากพบว่า
ประเทศใดยังคง มีการทำประมงแบบ IUU อย่างต่อเนื่องและไม่เร่งที่จะแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้น ก็อาจถูกประกาศให้เป็น IUU Country ได้ในที่สุด