ข้อเสนอปฏิรูปกฎระเบียบคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยในอาหารของคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้

๑.    อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ EU คือมีการจ้างงานมากกว่า ๔๘ ล้านคนและมีมูลค่าราว ๗๕๐,๐๐๐ ล้านยูโรต่อปี อีกทั้ง EU ยังขึ้นชื่อว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารสูงที่สุดในโลก แต่จากเหตุการณ์ตรวจพบการปลอมปนของเนื้อม้าในอาหารหลายชนิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้จะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพผู้บริโภค แต่ก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมอาหารทั่วทั้ง EU และเป็นบทเรียนที่ชี้ให้เห็นว่าการบังคับมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยในอาหารของ EU ยังสามารถปรับปรุงให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นได้อีก

๒.    เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ คณะกรรมาธิการยุโรปมีข้อเสนอให้ปฏิรูปกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยในอาหารตลอดทั้งห่วงโซ่เกษตร-อาหาร (agri-food chain) เพื่อพัฒนากฎระเบียบให้ทันสมัย ง่ายขึ้นและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบควบคุมตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร หัวข้อที่สำคัญหลักๆภายใต้แพคเกจปฏิรูปของคณะกรรมาธิการยุโรป ได้แก่

๒.๑ สุขภาพพืช (plant health)

ในแต่ละปีการเพาะปลูกพืชของ EU มีมูลค่าราว ๒๐๕,๐๐๐ ล้านยูโร หากว่าสุขภาพพืชไม่ได้รับการปกป้องก็จะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ EU อีกทั้งการซื้อขายสินค้าเกษตร-อาหารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นมากในปัจจุบันและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะทำให้ภาคเกษตรและป่าไม้ของ EU มีโอกาสเผชิญแมลงและโรคพืชสูงขึ้น คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเสนอให้ทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับสุขภาพพืชที่มีอยู่ โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องภาคเกษตรและป่าไม้ของ EU รวมถึงหลีกเลี่ยงการบุกรุกและกระจายตัวของศัตรูพืชต่างถิ่น

คณะกรรมธิการยุโรปเสนอให้การปฏิรูปกฎระเบียบเกี่ยวกับสุขภาพพืชควรมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มมาตรการป้องกันกับสินค้าพืชที่นำเข้าจากประเทศที่สาม, เฝ้าระวังและกำจัดการระบาดของศัตรูพืชตั้งแต่เริ่มต้น, การนำระบบหนังสือเดินทางพืชมาใช้ (plant passport), การดูแลบริเวณที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด รวมทั้งเพิ่มความช่วยเหลือทางด้านการเงินและการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการทำลาย (eradication measures)

๒.๒ วัสดุที่ใช้ขยายพันธุ์พืช รวมทั้งเมล็ดพันธุ์พืช (plant reproductive material)

คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้ปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการตลาดของเมล็ดพันธุ์พืชและวัสดุขยายพันธุ์อื่นๆ (รวมถึงเมล็ดพันธุ์พืช) ให้ง่ายขึ้นและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการผลิต การปรับตัวและเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งอำนวยความสะดวกทางการค้า ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปครอบคลุมถึงการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้ (เกษตรกร) และพัฒนากฎข้อบังคับในการทดสอบพันธุ์พืชให้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องความหลายหลายทางชีวภาพและพัฒนาพันธุ์พืชอันจะนำไปสู่เกษตรแบบยั่งยืน  นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเสนอเรื่องการให้ความช่วยเหลือกิจการรายย่อยโดยการลดต้นทุนประกอบการ อาทิ อนุญาตให้สามารถจำหน่ายวัสดุที่ใช้ขยายพันธุ์พืชที่จัดว่าเป็น “nich market material” ได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน ส่วนกิจการขนาดเล็กก็ได้รับการยกเว้นการขึ้นทะเบียน เป็นต้น

    ๒.๓ สุขภาพสัตว์ (animal health)

คณะกรรมาธิการยุโรปต้องการลดจำนวนกฎข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์ให้เหลือเพียงกฎหมายฉบับเดียวและใช้หลักป้องกันไว้ดีกว่าแก้ (prevention is better than cure) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนามาตรฐานและระบบกลางที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบ ควบคุมโรค การจัดการกับความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยอาหารสามารถทำได้ดีขึ้นและสอดคล้องกัน

คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้ปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการจำแนกและขึ้นทะเบียนสัตว์ให้ดีขึ้น เพื่อให้สามารถจัดการ จำกัดการระบาดของโรคและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น, การจัดประเภทและลำดับความสำคัญของโรคสัตว์โดยใช้หลัก risk-based approach และตามความเหมาะสมของการใช้ทรัพยากร, เสนอให้มาตรการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์สามารถปรับให้ยืดหยุ่นได้ตามขนาด ประเภทของสถานประกอบการและสถานการณ์ในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกฎระเบียบระดับ EU เพื่อให้สามารถจัดการกับสถานการณ์ทั่วทั้ง EU ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

๒.๔ การควบคุมอย่างเป็นทางการ (official control)

    คณะกรรมาธิการยุโรปเล็งเห็นความจำเป็นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครื่องมือที่หน่วยงานรับผิดชอบของประเทศสมาชิกใช้ในการตรวจสอบว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบ EU หรือไม่ โดยเหตุการณ์ตรวจพบการปลอมปนของเนื้อม้าในอาหารหลายชนิด เป็นเหตุการณ์ที่ตอกย้ำว่าหน่วยงานรับผิดชอบจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อปกป้องผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่บริสุทธิ์จากการฉ้อโกง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อาหาร

    คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเสนอให้มีการทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมอย่างเป็นทางการ ให้เกิดความชัดเจน ง่ายขึ้นและสร้างกรอบที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตลอดทั้งห่วงโซ่เกษตร-อาหาร, เพิ่มความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานรับผิดชอบ, ขยายการบังคับเรื่องผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อค่าธรรมเนียม  (fees) ของการควบคุมอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้เพื่อรับประกันว่าหน่วยงานรับผิดชอบของประเทศสมาชิกจะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น (สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยจะได้รับการยกเว้นจากค่าธรรมเนียมดังกล่าว), สร้างกรอบการทำงานร่วมกันในระดับ EU เพื่อควบคุมการนำเข้าสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์จากประเทศที่สาม, เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลไกช่วยเหลือด้านการบริหารและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิกในกรณีที่มีการละเมิดกฎระเบียบของห่วงโซ่อาหารระหว่างประเทศเกิดขึ้น, ปรับปรุงระบบบริหารจัดการข้อมูลและข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอย่างเป็นทางการให้ทันสมัย รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพภายในฟาร์ม

๒.๕ กรอบการเงินร่วม (Common Financial Framework)

    คณะกรรมาธิการยุโรปต้องการปรับปรุงการใช้จ่ายให้มุ่งไปยังประเด็นที่ EU ให้ความสำคัญและเป็นการใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม สร้างกรอบการเงินร่วมที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทันสมัยและง่ายขึ้น รวมทั้งต้องเป็นการใช้เงินอย่างคุ้มค่าและหลีกเลี่ยงภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นสำหรับประเทศสมาชิก นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกจะต้องผนวกการตรวจสอบเกี่ยวกับการป้องกันทุจริต (anti-fraud checks) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการควบคุมในระดับประเทศและกำหนดบทลงโทษในกรณีที่การละเมิดกฎระเบียบและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ

๓.    ข้อเสนอปฏิรูปกฎระเบียบเกี่ยวกับสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ สุขภาพพืช วัสดุที่ใช้ขยายพันธุ์พืช การควบคุมอย่างเป็นทางการและกรอบการเงินร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรป จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการตลอดทั้งห่วงโซ่อาหารไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกษตร-อาหาร ผู้ผลิต ร้านค้า ผู้นำเข้า เกษตรกรหรือผู้เลี้ยงสัตว์ จะได้รับประโยชน์จากกฎระเบียบที่ถูกปรับปรุงให้ง่ายขึ้น เป็นไปตามหลักทางวิทยาศาสตร์และพื้นฐานความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนทางราชการที่ก่อให้เกิดความล่าช้าและภาระค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามลง รวมทั้งจะได้รับประโยชน์จากแนวทางและมาตรการต่างๆที่มีความชัดเจนและประสิทธิภาพสูงขึ้นทั้งในการควบคุมและกำจัดโรคสัตว์หรือศัตรูพืช สำหรับผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการมีสินค้าที่มีความปลอดภัย รวมถึงระบบตรวจสอบควบคุมที่มีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใส

๔.    แพคเกจปฏิรูปของคณะกรรมาธิการยุโรปข้างต้นจะต้องผ่านกระบวนการพิจาณาและความเห็นชอบทั้งจากฝ่ายคณะมนตรียุโรปและสภายุโรปเสียก่อนจึงออกมาเป็นกฎหมายใช้บังคับได้ แต่ในระหว่างนี้จะเป็นช่วงพิจารณารายละเอียดในแต่ละเรื่องและอาจมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในบางส่วน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลานาน คาดว่าการปฏิรูปกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยในอาหารตลอดทั้งห่วงโซ่เกษตร-อาหารของ EU หากสามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ได้ภายในปี ๒๕๕๙

โดย : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป