ปัจจุบัน การให้บริการรักษาพยาบาลในโปแลนด์ใช้ระบบรัฐสวัสดิการ โดยประชาชนที่เสียภาษีประกันสังคมให้กับรัฐมีสิทธิรับการรักษาจากโรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์ของรัฐบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจากผลการสำรวจความคิด ประชาชนชาวโปแลนด์ร้อยละ 75 เห็นว่าระบบการรักษาพยาบาลของประเทศตนอยู่ในระดับที่ยังไม่ดีพอ (poor) อย่างไรก็ดี ในทางตรงกันข้าม เมื่อปี 2554 มีชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามารับการรักษาในโปแลนด์คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 800 ล้านสว๊อตตี้ (1 สว๊อตตี้ มีค่าเท่ากับประมาณ 10 บาท) โดยจากการประเมินของ European Center for Enterprise คาดว่าระดับการเติบโตของ Medical Tourism ในโปแลนด์อยู่ในระดับเลข 2 หลักต่อปี และจากการประมาณการของกระทรวงเศรษฐกิจของโปแลนด์มีนักท่องเที่ยว/ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลในโปแลนด์จำนวน 250,000 – 300,000 คน/ปี

                       ในภาพรวมคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติมีทัศนคติต่อระบบการรักษาทางการแพทย์ของโปแลนด์ที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ทัศนคติในทางลบของคนท้องถิ่นต่อการรักษาของรัฐสวัสดิการซึ่งขาดประสิทธิภาพในการให้บริการต่อผู้ป่วย และทัศนคติในทางบวกของชาวต่างชาติต่อการรักษาของคลินิกและโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีความสะดวกสบายและการบริการที่ดีกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลเอกชน การรักษามักหมายรวมถึงศัลยกรรมความงาม และทันตกรรมตกแต่งด้วย

                        ค่าบริการรักษาที่ต่ำกว่าหลายประเทศในอียูและคุณภาพที่ได้มาตราฐาน เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ดึงดูดให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารับการรักษาในโปแลนด์ โดยสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือศัลยกรรมตกแต่งและทันตกรรม Polish Tourism Organization ประเมินว่าประเทศที่โปแลนด์น่าจะเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ได้แก่  รัสเซีย เยอรมนี และประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

                      ในปัจจุบันมีบุคลากรทางการแพทย์ชาวโปลิชทำงานอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่งในอียู ในช่วงแรกที่โปแลนด์เข้าสู่การเป็นสมาชิกของอียู มีแพทย์ชาวโปลิชหลายพันรายที่เดินทางออกจากประเทศเพื่อไปทำงานในประเทศที่ได้รับค่าจ้างสูงกว่า อย่างไรก็ดี ปรากฎว่าแนวโน้มดังกล่าวกำลังลดลง เนื่องจากปัจจุบันระดับค่าจ้างของแพทย์ในโปแลนด์มีอัตราเทียบเท่ากับประเทศอื่น  ๆ ในยุโรปตะวันตกนอกจากนั้น อุปกรณ์การแพทย์และเครื่องมือการรักษาที่ทันสมัยก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์ได้รับความน่าเชื่อถือเช่นกัน

                       ที่ตั้งของประเทศ การที่โปแลนด์ตั้งอยู่ติดกับเยอรมนี รวมทั้งอยู่ใกล้กับประเทศแถบสแกนดิเนเวียซึ่งค่าบริการรักษาทางการแพทย์ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ป่วยของประเทศเหล่านี้เลือกที่จะเดินทางเข้ามารับการรักษาในโปแลนด์ สำหรับเมืองที่มีผู้ป่วย/นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามารับการรักษาจำนวนมาก ได้แก่ Szcezecin Poznan และ Krakow นอกจากนั้น เมืองอื่น ๆ ที่ตั้งอยู่ริมชายแดนก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกันเนื่องจากความสะดวกในการเดินทาง

                       แหล่งท่องเที่ยวสปาและธรรมชาติ โปแลนด์มีรีสอร์ทเพื่อสุขภาพกว่า 40 แห่ง และสปากว่า200 แห่ง ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจากประเทศเครือโซเวียตเก่าที่เดินทางมาใช้บริการ ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ารับบริการมากขึ้น บริษัทนำเที่ยวและรีสอร์ทสปาหลายแห่งจึงร่วมกันจัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่ครบวงจร

                       ในส่วนของอุปสรรค์ โปแลนด์มีข้อจำกัดทางด้านข้อมูล โดยที่ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของโปแลนด์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วย/นักท่องเที่ยวจึงต้องทำการค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง และติดต่อกับสถานรักษาพยาบาลโดยตรงและขาดหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดระบบฐานข้อมูล medical tourism จึงปรากฎว่ามีสถานพยาบาลและสถาบันหลายแห่งที่ดำเนินการแสวงหาลูกค้าด้วยตนเอง ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของโปแลนด์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น  ไม่ว่าจะเป็นบริษัทนำเที่ยวหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้าน Medical tourism โดยเฉพาะ

                      กระทรวงเศรษฐกิจของโปแลนด์ได้ประกาศโครงการสนับสนุน medical tourism ในโปแลนด์  ซึ่งจะดำเนินการระหว่างปี 2556-2558 โดยมุ่งประชาสัมพันธ์ให้ medical tourism ของโปแลนด์เป็นที่รู้จักทั่วโลก และเน้นจุดแข็งที่ค่าบริการรักษาและประสิทธิภาพของบุคลากรแพทย์ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มเติมจากอียู โดยมี European Center for Enterprise เป็นผู้สนับสนุนในส่วนของการจัดนิทรรศการเพื่อการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบสิ่งพิมพ์และภาพยนตร์โฆษณา และการสร้างเครือข่ายและหุ้นส่วนทางธุรกิจให้แก่โรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์

                      ตามกฎระเบียบของอียู (EU Directive) ที่ 2011/24/EU เมื่อ 9 มี.ค.  2554 ว่าด้วย The Application of Patients’ Rights in Cross-Border Healthcare ซึ่งจะมีผลเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 25 ต.ค. 2556 กำหนดไว้ว่าผู้ป่วยมีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยการรักษาทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นในประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในอียูจากรัฐบาลของประเทศตน เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้าน medical tourism ได้ให้ความเห็นว่า เนื่องจากค่าบริการรักษาพยาบาลในโปแลนด์ต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงว่าผู้ป่วยจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนเท่ากับค่ารักษาที่จ่ายไป อย่างไรก็ดีคณะกรรมาธิการยุโรปได้ประเมินว่าอัตราการเข้ารับการรักษาพยาบาลในประเทศสมาชิกอียูอื่นจะมีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เนื่องจาก ปชช. ส่วนใหญ่ยังคงนิยมที่จะเลือกรับการรักษาพยาบาลภายในประเทศของตนอยู่ ในทางกลับกัน แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวอาจจะไม่สูงนัก แต่จากการประเมินมูลค่ารวมของทั้งภูมิภาคอียูในการใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาลข้ามประเทศจะมีมูลค่าสูงถึง 10 ล้านล้านยูโร/ปี ทั้งนี้ จากกฎระเบียบดังกล่าวของอียูน่าจะทำให้ภาคส่วนสถานพยาบาลในโปแลนด์เป็นที่ดึงดูดผู้ป่วยและนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองที่อยู่บริเวณชายแดน

                        ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของโปแลนด์ถือได้ว่ายังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่มีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าและทันสมัยมากขึ้น เนื่องจากโปแลนด์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในแง่ของบุคลากรการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นแหล่งผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัยและราคาไม่แพง ปัจจุบัน มีนักศึกษาแพทย์จำนวนมากจากต่างประเทศเข้ามาศึกษาและฝึกงานที่โปแลนด์  รวมทั้ง มีการส่งออกเครื่องมือแพทย์เพื่อนำไปใช้ในโรงพยาบาลหลายแห่งใน ตปท. รวมทั้ง ปทท. แสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์การแพทย์ของโปแลนด์เป็นที่ยอมรับในระดับนานาประเทศและอยู่ในห้วงเติบโต อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบกับ ปทท. จุดอ่อนของโปแลนด์น่าจะอยู่ที่คุณภาพของการให้บริการซึ่งตามสถานพยาบาลต่าง ๆ ขาดบุคลากรที่คอยให้คำแนะนำและดูแลผู้ป่วยอย่างทั่วถึง รวมทั้งข้อจำกัดในแง่ของภาษา อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายของโปแลนด์ยังจำกัดอยู่เพียงผู้ป่วยและนักท่องเที่ยวจากประเทศสมาชิกอียูเท่านั้น

 

*************************

สนับสนุนข้อมูลโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ