เมื่อเดือนมิถุนายน พศ.2557 ที่ผ่านมา รัฐบาลเดนมาร์กได้จัดทำแผนเพื่อการเติบโต (New Growth Plan) โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางธุรกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันระหว่างประเทศ และเน้นย้ำความมุ่งมั่นที่จะรักษาและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้แข็งแกร่ง เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ

          โดยแผนการเติบโตนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโตโดยรวม “Denmark all the way out of the crisis – Companies in Growth” ภายใต้งบประมาณ 10 พันล้านโครนซึ่งเทียบเป็นเงินไทยประมาณ 60 พันล้านบาท โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ส่งเสริมการลงทุนในเดนมาร์ก และเอื้อต่อการจัดหาบุคลกรจากทั้งในและนอกประเทศ

ทั้งนี้ เป้าหมายหลัก 4 ประการเพื่อสนับสนุนการสร้างงาน ได้แก่

1.)    ใช้มาตรการลดภาษีการใช้บริการเชิงสังคม (Public Service Obligation – PSO) เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

2.)    ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ดี รวมทั้งให้ส่วนลดสำหรับบริษัทขนาดเล็ก อีกทั้งยังใช้มาตราการผ่อนคลายการเก็บภาษีเงินปันผลสำหรับบริษัท และขยายระยะเวลาของโครงการเพื่อการเติบโตและเงินกู้เพื่อการส่งออก

3.)    ปรับลดราคาสินค้า เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านสาธารณูปโภคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนปรับมาตรฐานแห่งชาติสำหรับธุรกิจก่อสร้าง และพัฒนาการแข่งขันในภาคบริการของเอกชนให้มากขึ้น

4.)    ส่งเสริมการศึกษา อบรม ฝึกงาน และวิจัยผ่านบุคคลากรจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับบุคคลากรในประเทศ  

         แผนการเติบโตนี้ รวมถึงการยกเว้นภาษีสำหรับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวจนถึงพ.ศ.2563 เพื่อกระตุ้นการจ้างงานให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีให้กับธุรกิจการโรงแรมใน ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่ากลุ่มเบลลาเซ็นเตอร์ (THE BELLA CENTER GROUP) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านการโรงแรมขนาดใหญ่ใน จะสามารถเพิ่มอัตราการจ้างงานได้ถึง 1,500 ตำแหน่งภายในปีพ.ศ.2563

 

ทั้งนี้ มีผู้ออกมาแสดงความเห็นต่อแผนการเติบโต อาทิเช่น       

         นาง Susanne Hyldelund ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนใน กล่าวว่าการจัดทำแผนการเติบโต นับเป็นอีกก้าวหนึ่งในการส่งเสริมการแข่งขันและการพัฒนาการเติบโตเพื่อประโยชน์ทั้งในภาคธุรกิจและชาวโดยทั่วไป ทั้งนี้ เดนมาร์กเป็นหนึ่งในประเทศที่ดีที่สุดในการดำเนินธุรกิจ และด้วยแผนการเติบโตนี้จะทำให้เดนมาร์กเป็นจุดหมายสำหรับการประกอบธุรกิจ หวังว่าจะได้เห็นบริษัทต่างชาติใช้โอกาสนี้มาดำเนินธุรกิจในเดนมาร์กมากขึ้น

         นาย Karsten Dybvad นายกสมาพันธ์อุตสาหกรรมของเดนมาร์กกล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ฝ่ายรัฐบาลรับฟังภาคธุรกิจและสมาพันธ์ ในเรื่องการลดภาษีการใช้พลังงานซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญ และมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่มั่นคงสำหรับแผนการเติบโตที่ดี เนื่องจากมีการปรับปรุงมาตรการต่างๆ ได้แก่ การลงทุนด้านการทำวิจัย การลดภาษีพลังงาน การลดความซับซ้อนของกฎระเบียบที่ยุ่งยากหรือ Red Tape และการส่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน

         อย่างไรก็ตาม สภาหอการค้าเดนมาร์กไม่พอใจกับแผนการเติบโตดังกล่าวนี้ เนื่องจากยังเห็นว่าขาดมาตรการการเติบโตสำหรับภาคธุรกิจอีกมาก รวมทั้งยังไม่มีการปรับลดอัตราภาษีอื่นที่นอกเหนือจากภาษีพลังงาน      

 

สนับสนุนข้อมูลโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน